Profilo di LEARN_tobelonel...LEARN_tobe_LONELYFotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


29 agosto

เวลา???

เวลา....ประหลาด
ทำให้เรารักคนบ้างคนมากขึ้น ไม่ชอบคนบางคนมากขึ้น ผูกพันกับคนบางคนมากขึ้น  เหินห่างกับคนบางคนมากขึ้น เข้าใจคนบางคนมากขึ้น ไม่เข้าใจคนบางคนมากขึ้น เติบโตมากขึ้น เรียนรู้ที่จะเป็นเด็กในบางครั้ง
 
จริงๆอาจจะไม่ใช่เพราะเวลา
เพราะใครอีกหลายคนที่รู้จักก้อไม่เคยเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และยังมีอีกหลายๆคนที่เราไม่ได้เหินห่างไปไกล
แต่ในทางกลับกัน ไม่จำเป็นต้องใช้เวลา แค่สถานะการณ์หรือความรู้สึก ก้อทำให้เพื่อนที่สนิทมากกลายเป็นแค่คนเคยรู้จักเท่านั้น น่าเสียใจเนอะ
แต่นั่น..เป็นสิ่งที่ต้องเป็นไป....
 
การสร้างมิตรภาพใหม่ๆ อาจจะง่ายสำหรับบางคน แต่การรักษาให้คงอยู่ตลอดไปคงยากสำหรับใครอีกหลายคน
สำหรับเราแล้ว เราเป็นคนที่ไม่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องของอารมเลย เราจึงจะมีปัญหาอยู่บ้างกับการที่จะต้องมานั่งมองแล้วคิดให้ออกว่า ไอ้ที่เพื่อนโกรธเรานี่มันเรื่องอะไรวะ หรือเอ๊ะ เราไปทำให้มันงอนตั้งกะเมื่อไหร่ โดยเฉพาะพวกที่ชอบโวยวายหรือโกรธง่ายหายเร็วจะมีผลกับเรามากเพราะเราตามไม่ทัน เรารับสิ่งที่พูดออกมาชัดๆได้มากกว่า บางทีเราก้อรู้สึกอยากจะตัดบางอย่างทิ้งไปซะให้หมดเรื่องเพราะมันทำให้เราเหนื่อย...มากกว่าที่จะทำให้สุขใจ แต่พอมาคิดดูแล้ว เวลาที่เราพูดจาไม่เข้าหูเพื่อน หรือ ไม่เข้าใจอะไรบางอย่างที่สำคัญ ถามอะไรแปลกๆ แต่ เรา...ไม่เคยโดนตัดทิ้ง
 
เราเป็นคนมีความอดทนต่ำ ฉะนั้น เวลาที่เราถามคำถามบางอย่างแล้วต้องบอกให้ทำเป็นลำดับขั้น เราจะไม่ค่อยอยากถาม ที่ยิ่งกว่านั่นคือถ้ามีคนถามประมาณนี้ก้อจะไม่อยากตอบ....เรารู้สึกทึ่งกับใครอีกหลายคนที่พยายามตอบจนเราเข้าใจ แล้วทำได้เองจิงๆ กับใครอีกหลายๆคนที่ไม่รู้แต่ก้อพยายามช่วยจนสุดกำลัง
 
ขอบคุณเวลาและสถานะการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้จากทุกคนมากมายเหลือเกิน ชอบใครบอกคนมากขึ้น เกลียดใครบางคนน้อยลง รู้จักใครบางคนมากขึ้น พยายามทำความเข้าใจกับใครบางคนมากขึ้น
 
จำได้ว่าเพื่อนเคยบอกว่า เราชอบอยู่กับตัวเอง...ตอนนี้ก้อยังเป็นอยู่ แต่ว่าเราเริ่มโผล่จมูกของเราออกมาจากหนังสือบ้างแล้วนะ(รุ้สึกว่าจะมาจมอยู่ในนี้แทน555) รู้ว่าเราไม่รู้อะไรเลย โลกนี่มันกว้างใหญ่จิงๆ สำหรับมนุษย์อย่างเรา แค่คนที่อยู่รอบๆ เราก้อไม่สามารถทำความเข้าใจได้หมดแล้วหละ เป็นมนุษย็นี่เหนื่อยนะ แต่อย่างน้อย เราก้อมีสมองที่จะตัดสินใจทุกอย่างเอง ไม่ได้กระทำออกมาโดยใช้สันชาตญาณแบบสัตว์ มีจิตสำนึก มีอารมความรู้สึก มีความคิด... รู้สึกดีที่รู้ว่า เราเติบโตได้ เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นได้ เราตัดสินใจด้วยสมองของเราเองได้...
...ขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิต ทุกลมหายใจของเราและของทุกคนที่อยู่รอบข้างเรา

เด็ก...

มีเรื่องมากมายประดังเข้ามา ให้ตัดสินใจ มีหลายเหตุการที่ทำให้รู้สึกเปลี่ยนไป
รู้สึกรักตัวเองมากขึ้น รู้สึกบ้าพลังขึ้น รู้สึกอยากทำนู่นทำนี่มากขึ้น อยากเป็นอย่างงี้ไปเรื่อยๆจัง....
เลยรู้ว่าเวลาทำตามใจตัวเองมันให้ความรู้สึกยังงัย
 
อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง....
ที่ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ ที่ไม่ต้องรู้ต้องเห็น ต้องพบเจออะไร ที่พร้อมจะทำตามใจตัวเอง ที่โดนพ่อแม่ตีบ้างเป็นครั้งคราว ที่ได้ทะเลาะกับน้องทุกวัน ที่แค่ตั้งใจเรียนในห้อง ไม่ต้องอ่านเพิ่มก้อสอบได้สบายๆ ที่การบ้านน้อย ที่เอาแต่ใจตัวเอง (อันนี้อาจจะไม่ค่อยดี..แต่ขอบอก โวยแล้วได้ที่อยากได้ทุกครั้ง มันมีความสุขจิงๆ...แต่ไม่ควรเลียนแบบ เพราะจำได้ว่าตอนเด็กๆญาติส่ายหัวหมด กิฟท์...ไม่ไหว พี่ๆที่ทำงานพ่อก้อสยาดกลัว...เรามันเด็กเลวจิง)
 
เอาหละ
ความจริงก้อคือความจริง เราโตแล้ว เรามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ เรามีหน้าที่ เรามีความฝัน เรามีเป้าหมาย
สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ เพียงแค่เดินไปตามทางที่ฝัน บรรลุเป้าหมายเท่านั้น
อนาคต คงมีอีกหลายอย่างที่เข้ามาสร้างปัญหา...มากกว่านี้... เพื่อน ผู้ร่วมงาน เจ้านาย หน้าที่การงาน เงิน... ตัวเอง
 
อย่างอื่นอาจจะไม่ได้อย่างใจ แต่สิ่งที่เปลี่ยนได้คงเป็นเพียงตัวเองเท่านั้นหละมั้ง...
ไม่ชอบการโต ไม่อยากรับผิดชอบ แต่สุดท้าย ความฝันที่มีก้อต้องมาพร้อมๆกับหน้าที่อันหลีกเลี่ยงมิได้
 
อยากเป็นเด็กที่มีความคิด เป็นเด็กที่เป็นผู้ใหญ่ ก้อดีกว่าเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นเด็ก...สุดท้าย ก้อยังไม่อยากยอมรับว่าโตแล้ว
จำได้ ตอนเด็กๆ ทุกครั้ง พอเห็นพี่อายุ20 รู้สึกห่างไกล เผลอ...อีกที..21ซะงั้น
 
"Sit down,shut up and get on with your work.And do try to act your age:this is not a kindergarten"
25 agosto

พอแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่เตือนแล้ว

เมื่อเตือน เมื่อพูด ไม่ใช่เพราะอยากทะเลาะ แต่เป็นสิ่งที่อยากให้แกมองเห็นจริงๆ
ทุกครั้งที่ถูกว่า ไม่เคยที่จะเอามาคิด ปรับปรุงตัวเองเลยหรือ กลัวที่จะเปลี่ยนแปลง?? กลัวที่จะเป้นคนมีเหตุผล?? กลัวที่จะยอมรับความผิด?? กลัวที่จะเอาความเห็นแก่ตัวออกไป?? กลัวที่จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น?? กลัวจะเป็นคนดีขึ้น??
พอแกอ่านมาถึงตรงนี้ แกก้อคงโมโหอีก เราเบื่อละ ที่จะมาพูด เราเบื่อละที่จะเตือน แกคงรู้ว่าคนอื่นๆรู้สึกกับแกยังงัย แกคงรู้ว่าแกเป็นคนยังงัย
ที่เรากล้าพูด เพราะเราเคยเข้าใจว่าแกจะปรับปรุงตัวเองได้ เคยเข้าใจว่า แกเป็นคนมีเหตุผล เคยเข้าใจว่าแกมีความคิดมากกว่าที่คนอื่นมองเห็น
นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะเตือน เราเบื่อ เบื่อที่จะโดนแกอารมเสียใส่ แต่เราขอบอกไว้ตรงนี้เลย ว่าเราไม่เคยคิดร้าย แต่เราเบื่อละหละ ที่จะทำตัวเป็นคนดี ที่จะยอมโดนแกไม่พอใจใส่ ถ้าเราเงียบไป บรรยากาศทั้งหมดคงดีขึ้น ที่ไม่มีการอาละวาท แต่คนอื่นๆ ก้อคงจะไม่พอใจ เอาเหอะ ถึงเราพูดไป แกก้อโมโห คนอื่นก้อไม่พอใจอยู่ดี
ตามใจแกละกันนะ โตๆกันแล้ว เราเหนื่อย เราเบื่อ
 
เอาเหอะ สุดท้าย ถ้าเราคงอดไม่ได้ที่จะพูด ที่จะเตือน ก้อคงทะเลาะกันเหมือนเดิม...อยู่ดี
เรารู้ว่าถ้าแกได้อ่าน แกคงโมโห แล้วงัยหละ... เราอยากให้แกอ่านซัก5รอบ เผื่อจะมีอะไรซึมเข้าไปในหัวแกทั้งๆที่แกกำลังโมโหอยู่ได้บ้าง (แต่อย่างว่าแหละ ถ้าแกอ่านมาได้ถึงตรงนี้โดยที่ไม่ปิดไปซะก่อนเราว่าก้อมหัศจรรย์แล้วหละ)
ถ้าเรานึกได้ เราสัญญา เราจะไม่เตือน ไม่พูดอะไรอีกแล้ว แต่ถ้าเราลืมตัวเพราะมันเป็นนิสัยของเรา ก้อคงทะเลาะกันอีก ก้อแค่นั้น
 
พอละ เบื่อที่ถูกทำร้าย เบื่อที่ต้องมารับอารม เบื่อที่ต้องปรับตัวตามอารมแก เบื่อที่ต้องสู้รบ เชิญเถอะ

ผิดไหม??

เราผิดไหม ที่จะรักคนคนหนึ่งที่แย่มากๆ แต่เค้าดีกับเรา
ที่เราจะมองเห็นสิ่งน่ารักเล็กๆน้อยๆของเค้า ที่คนอื่นมองไม่เห็น
เราเห็นแก่ตัวไปมั้ย ที่รักโดยไม่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง
ถ้าเป็นเรื่องแฟน เราคงตอบทันทีว่าผิด แล้วถ้าเป็นความสัมพันด้านอื่นหละ เพื่อนของเรา พ่อแม่ พี่น้องของเรา เราเริ่มไม่แน่ใจ
ดังนั้น กลับมามองเรื่องแรกใหม่ เราขอตอบตามตรง เราก้อเริ่มไม่แน่ใจ
ขอโทษนะ ที่เราเคยห้าม ไม่ให้ใครบางคน...รัก ที่เราเอาตัวเองเป็นตัววัด ที่เรามองว่า เพื่อนไม่รักเรา ขอโทษนะ
 
คนที่เลวที่สุด ก้อยังมีคนที่เค้ารัก ที่เค้าทำดีด้วย
ขอบคุณนะ ที่ตัดสินใจตามหัวใจ เชื่อความรู้สึกของตัวเอง ที่ทำให้คนๆนึงเป็นคนดีขึ้นในสายตาของเรา ที่ทำให้เรามีคนที่ไม่ชอบน้อยลงไปอีกคน
เรารักแกนะ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง 
 
(อีกเรื่องนึง เราคิดได้ตั้งนานแล้วหละ แต่อยากบอกให้แกรับรู้เอาไว้) 
24 agosto

เธอคนนั้น(4.1)

แสงแดดไฟยามค่ำคืนลอดเข้ามาทางม่านหน้าต่าง ส่องให้เห็นผมยาวสลวยกระจายแผ่เต็มหมอน ร่างที่นอนอยู่บนเตียง แลดูสงบอย่างประหลาด ทั้งๆที่หลับ โครงหน้าสวยได้รูป เหมือนมีรอยอมยิ้มอยู่  เธอคงฝันดีกระมัง.. นี่มันผ่านมากี่ชั่วโมงแล้วนะ
 
วันนี้ เธอมาหาผมที่ห้องด้วยสภาพที่เหนื่อยอ่อน ตาของเธอบวมแดง เธอดูไม่ค่อยดีเลย ผมวางงานทุกอย่างที่ทำ ฟังเธอเล่า เล่า เล่า เธอร้องไห้ ผมไม่รู้วิธีปลอบ... ผมกลัวคนร้องไห้มากที่สุด ปกติผมจะรีบโยนหน้าที่นี้ให้คนอื่นทันที แต่เธอ.. บอบช้ำเกินกว่าที่ผมจะผลักไสให้ไปอยู่ในความดูแลของคนอื่น ผมปล่อยให่เธอร้องไห้จนหลับไป
ความเสียใจของเธอมันช่างทิ่มแทงความรู้สึกของผมซะเหลือเกิน อาจเพราะผมไม่เคยเห็นใครโศกเศร้าขนาดนี้มีก่อนด้วยกระมัง น้ำตาที่ไหลคงไม่สามารถฃ่วยแก้ปัญหาอะไร แต่ก้อยังดีกว่าที่จะเก็บปัญหาเอาไว้คนเดียว ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกับคนอื่นนั่นแหละ ได้แต่ปล่อยให้เธอร้องไห้จนเหนื่อย
 
แสงไฟอ่านหนังสือกระจายเป็นวงแคบๆ เงารูปร่างสูงโปร่งกำลังก้มหน้าทำงานอย่างขะมักเขม่น คืนนี้คงเป็นอีกคืนหนึ่งที่ฃายหนุ่มไม่ได้นอน งานคั้งค้างที่ต้องสะสางให้เสร็จ แต่ตอนเย็นดันมีสาวน้อยมาขอพึ่งพิง งานก้องานเหอะวะ... อาจเป็นเพราะเธอเป็นรุ่นพี่ที่สำคุญที่สุดกระมัง ทำให้เค้าต้องวางงานทุกอย่างลงและอยู่เป็นเพื่อนกว่าเธอจะหลับ เธอคงไม่ได้นอนมาหลายคืน เค้าก้อเช่นกัน แม้จะมีเหตุผลที่ต่างกันอย่าสิ้นเชิงก้อตาม ทำให้เค้าสงสารเธอขึ้นมาจับใจ
21 agosto

เวลา....

มีเรื่องมากมายอยากบอกเล่าให้ฟัง
มีเรื่องมากมายอยากให้เธอรับรู้
มีความรู้สึกมากมายที่ไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดได้
12ปี จะรักตลอดไป คิดถึงมากมาย
ทำไมเวลาไม่เคยตรงกับทุกคน
ทำไมจะต้องขาดบางคนไปเสมอ
 
หน้าที่ ความรับผิดชอบ ลำดับความสำคัญ ประสบการณ์ร่วม ความหวัง ความฝัน 
หลายๆอย่างเปลี่ยนไป แต่ทุกครั้งที่รวมตัว รู้สึกเหมือนเดิม สิ่งที่ถ่ายทอดออกมา ยังคงเป็นความอุ่นใจ เข้าอกเข้าใจ
น่าแปลก เรารู้ว่าพวกแกเปลี่ยนไป และเราก้อรู้ว่า พวกแกไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คิดถึงจัง
 
นัดรวมด่วน!!!! แล้วไปหาอะไรกินกันเหอะ 5555 
 
19 agosto

ความรัก

เหมือนตัวเรายืนอยู่แนบกระจก เห็นความรักอยู่อีกด้านนึง  มองเห็น แต่ไม่รู้สึก ไม่ได้สัมผัส
17 agosto

THE INTERVIEW WITH GOD

>
>
I dreamed I had an interview with God.
>
>“So you would like to interview me?” God asked.
>
>“If you have the time” I said.
>
>God smiled. “My time is eternity.”
>“What questions do you have in mind for me?”
>
>“What surprises you most about humankind?”
>
>God answered...
>“That they get bored with childhood,
>they rush to grow up, and then
>long to be children again.”
>
>“That they lose their health to make money...
>and then lose their money to restore their health.”
>
>“That by thinking anxiously about the future,
>they forget the present,
>such that they live in neither
>the present nor the future.”
>
>"That they live as if they will never die,
>and die as though they had never lived.”
>
>God’s hand took mine
>and we were silent for a while.
>
>And then I asked...
>“As a parent, what are some of life’s lessons
>you want your children to learn?”
>
>“To learn they cannot make anyone
>love them. All they can do
>is let themselves be loved.”
>
>“To learn that it is not good
>to compare themselves to others.”
>
>“To learn to forgive
>by practicing forgiveness.”
>
>“To learn that it only takes a few seconds
>to open profound wounds in those they love,
>and it can take many years to heal them.”
>
>“To learn that a rich person
>is not one who has the most,
>but is one who needs the least.”
>
>“To learn that there are people
>who love them dearly,
>but simply have not yet learned
>how to express or show their feelings.”
>
>“To learn that two people can
>look at the same thing
>and see it differently.”
>
>“To learn that it is not enough that they
>forgive one another, but they must also forgive themselves.”
>
>"Thank you for your time," I said humbly.
>
>"Is there anything else
>you would like your children to know?"
>
>God smiled and said,
>“Just know that I am here... always.”
>
>-author unknown

12 agosto

เธอคนนั้น (3.2)

ผมไม่ได้เจอเธอมาหลายวันแล้ว ผมคิดว่าเธอพยายามหลบหน้าผม แต่มันไม่ใช่นิสัยของเธอเลย ผมไม่แน่ใจ...
ทำมัย สิ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงแสดงออก ถึงได้มีผลกับจิตใจของผมขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ผมมีเพื่อนผู้หญิงมากหน้าหลายตา คงเป็นเพราะผมไม่เคยให้ความสำคัญกับใครเท่านี้มาก่อนเลยกระมัง เธอถึงทำให้ผมฟุ้งซ่านได้ถึงขนาดนี้ ผมพยายามมองหาเธอทุกที่ คาดหวังที่จะได้เจอโดยบังเอิญ แต่ไม่ ไม่เคยเลยซักครั้งที่จะสมใจ...
 
หลังจากเรื่องในวันนั้น ผมก้อมองเห็นในสิ่งที่ผมไม่เคยเห็มมาก่อน อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้สนิทกับรุ่นพี่คนนั้นนัก หรือว่า สายตาผมมองเพียงแต่เธอก้อไม่อาจทราบได้ ผมเพียงแค่มองไม่เห็นเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ผมเห็นกระจ่างชัด...
เค้า2คนสนิทสนมกันมาก จนพวกเพื่อนๆแซวว่าเค้ากับเธอคนนั้นเป็นแฟนกัน บางทีถึงกันเรียกเค้าว่าเป็นพ่อของผมด้วยซ้ำ แต่เค้าก้อไม่เคยมายุ่งวุ่นวายกันผมเลย อย่างมากก้อเพียงแค่เออออไปกับเพื่อนเป็นบางครั้ง เค้าคงรู้ว่าผมรู้สึกกับเธอคนนั้นยังงัย เพราะผมก้อรู้ว่าเค้ารู้สึกอย่างไรเช่นเดียวกัน
เค้าก้อแอบชอบเธอนะ ผมรู้ เพียงแต่ไม่ได้ชอบในแบบของคนรักเท่านั้นเอง
เค้ารักเธอที่สุด รักแบบเพื่อน เธอเป็นเพื่อนผู้ผญิงที่สำคัญที่สุด ...ผมไม่อยากมองออก ไม่อยากมองเห็น ไม่อยากเข้าใจ...
 
เธอคนนั้น...
ผมเห็น สายตาที่เธอมองเค้า น้ำเสียง ท่าทาง เธอไม่ได้คิดแบบเค้า...แน่นอน อาจจะเป็นเพราะความผูกพันกระมัง ที่ทำให้ความรู้สึกของใครบางคนเปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่ความรู้สึกของอีกคนคงเดิม
...คงเหมือนกับผม แรกเจอนั้นผมไม่ได้สนใจเธอเลย แต่ในตอนนี้ ไม่มีใครที่ผมจะใส่ใจเท่า
 
ความรักเป็นเรื่องประหลาด น้องลงเพิ่มขึ้น ไม่มีเหตุผล ไม่มีข้อโต้แย้ง ไม่รับฟัง
สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้ คงเพียงแค่ ภาวนาไม่ให้เธอเจ็บมากไปกว่านี้ ภาวนาให้เธอลืมเค้าได้ซักวัน ภาวนา....อย่าให้เค้าได้หันกลับมา..รักเธอ
 

วันที่โดดเดี่ยว

จะมีซักกี่วันในชีวิตของคนเรานะ
ที่จะรู้สึก อบอุ่น หรือมีเพื่อนเคียงข้างกายตลอดเวลา
เคยมั้ยที่รู้สึกว่าชีวิตกลวงปล่าว ไร้คุณค่า มีคนรายล้อมรอบตัว แต่เหมือนอยู่คนเดียว
แต่ถึงแม้จะรู้สึกอย่างนั้น ก้อไม่เคยคิดหาเหตุผล ไม่เคยเอามาคิดเป็นจริงเป็นจัง แต่กลับยอมรับและยอมจำนนเพียงแค่ว่า ชีวิตมันก้อเป็นอย่างนี้เอง แค่รู้สึกไปเอง หรือหาอีกหลายๆสาเหตุเท่าที่คิดได้ เพื่อจะเอามาอุดความรู้สึกสงสัย
เคยมั้ยที่จะหาสาเหตุ สุดท้ายเราเกิดมาเพื่ออะไร เรียน ทำงาน ทำเงิน แต่งงาน มีลูก เลี้ยงลูก ตาย เท่านั้นเอง เพียงแค่นั้น
ทำงาน ทำเงิน ทำเงิน ทำงาน เพื่อให้ลูกมีชีวิตความเป็นอยู่ มีการศึกษา มีชีวิต ที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่ เพียงแค่นั้น...
พอใจแล้ว??? สบายใจแล้ว??? ที่คนเรามีเพียงเท่านี้....ตายไป กลายเป็นเพียงผงถุลี
 
เคยรู้สึกมั้ยว่าเราตัวเล็กนิดเดียวในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ สิ่งที่เรารับรู้ ที่เราเข้าใจ ที่เรารู้จัก มันยังไม่ถึงเศษเสี้ยงของจักรวาลนี้เลย
รู้สึกแปลกมั้ย ที่คิดว่า เรามองเห็นความมหัศจรรย์ของชีวิต ความแปลกประหลาดของธรรมชาติ ความยิ่งใหญ่ของจักรวาลนี้ ด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่ตื่นตาตื่นใจ ไม่เคยสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นไปได้อย่างไร
และทั้งๆที่เราตัวเล็กนิดเดียว มีความรู้เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น เรากลับมองขึ้นไปบนฟ้าอันกว้างใหญ่ แล้วก้อบอกว่า เรารู้แล้ว จิงๆแล้วโลกนี้หนะ เกิดขึ้นเองต่างหาก ดูสิ ชั้นทำให้ดู นี่งัยทฤษฎีที่ชั้นคิดออก นี่งัย ความเป็นจริงของจักรวาล 
เราคงเหมือนมดหละมั้ง มดที่ถูกเลี้ยงในขวดโหลที่คอยรำพึงกับตัวเองว่า ชั้นได้สร้างบ้านด้วยตัวของชั้นเอง ชั้นได้ให้กำเนิด และเลี้ยงดูลูกของชั้น ชั้นเข้าใจชีวิตทั้งหมด ธรรมชาตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเอง ในขวดโหลนี้ และขวดโหลนี้ก้อเกิดขึ้นได้เอง ชั้นคงเกิดจากปรสิตซักตัวที่อยู่ในขวดโหลนี้กระมัง
น่าขันสิ้นดี เราไม่เห็นโลก ไม่เข้าใจทั้งหมด ไม่รู้อะไรเลย แต่เรากลับบอกตัวเองและหยุดที่จะคิดทบทวนทุกสิ่ง ทบทวนที่จะเข้าใจและเรียนรู้จักทุกอย่าง ปิดกั้นตัวเองจากความจริงของชีวิต ความจริงของโลกใบนี้ ความจริงและคุณค่าของการมีชีวิตอยุ่
อยากให้เราคิด คิดทบทวน ทบทวนภายในใจของตนเอง ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เปิดใจออก มองทุกอย่างด้วยตาที่ไม่อัคคติ
 
เพื่อที่เราจะได้คุณค่าของการมีชีวิตอยู่กลับคืนมา และรู้ว่าตัวเราเป็นเพียวแค่ผงถุลี เราไม่ได้ยิ่งใหญ่ เราเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ของกงล้อแห่งธรรมชาติที่มีมาเป็นล้านๆปีเท่านั้นเอง
 
แล้วทำมัยนะ จักรวาลอันกว้างใหญ่และมหัศจรรย์  ถึงเหมือนกับถูกสร้างมาเพียงเพื่อให้มนุษย์ที่ตัวเล็กที่ไม่มีอะไรเลยอย่างพวกเราเท่านั้นหละ......
02 agosto

สิ่งที่ได้เรียนรู้มาจาก21ปีแล้วอะนะ แก่วะ สะเทือนจายยยย

จริงๆแล้ว สุดท้าย คนเราก้อคิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง
ไม่มีอะไรไร้สาระหรอก มันเป็นสิ่งที่เราไม่ให้ความสำคัญต่างหาก
นิสัยของคนอื่นที่เราไม่ชอบ คือ นิสัยของตัวเองที่ตัวเองไม่ชอบและแก้ไม่ได้ หุหุ
เราจะให้ความสำคัญกับคำพุดหรือความรู้สึกของคนอื่น ก้อต่อเมื่อคนนั้นเป็นคนที่สำคัญสำหรับเราเท่านั้น
ความรักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การให้คุณค่าก้อไม่เหมือนกัน การให้ความสำคัญก้อไม่เหมือนกัน ฉะนั้น อย่างเอาความรักของตัวเองไปตัดสินความรักของคนอื่น
อย่าไปใส่ใจกับความคิดของคนอื่นมากนัก ของพวกนี้มันเปลี่ยนกันได้ +555
ความเจ็บปวด จะทำให้เราเติบโตถ้าเราเรียนรู้ได้จากความเจ็บปวดนั้น แต่ความเจ็บปวดจะเป็นแค่ความเจ็บปวด ถ้าเราไม่คิดที่จะเรียนรู้จากมัน
ผู้อื่น ทำร้ายเราได้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่ยิ่งเราเอามาคิดเอากลับมาเจ็บปวดเท่าไหร่ มันเป็นจำนวนครั้งที่เราทำร้ายตัวเองต่างหาก
ยิ่งตัดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเจ็บน้อยเท่านั้น แต่คนเราไม่คิดจะรีบตัดหรอก เพราะความหวัง ความอยาก สุดท้าย คนที่เจ็บปวดที่สุดก้อคือตัวเราเอง เอาเหอะ มันอาจจะมีคนที่เจ็บที่ดีจนสมหวังอยู่บนโลกนี่ก้อได้มั้ง เหอๆ
อย่าตัดสินคนอื่นว่าเป็นคนอย่างไร ยังงัยคนเราก้อไม่มีทางเข้าใจใครจริงๆ
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่ความเป็นมนุษย์ต่างหากที่ทำให้มันบิดเบี้ยวไป
เราเชื่อในความรักที่เกิดจากความผูกพันมากกว่าอื่นใด
อย่าพูดว่ารักใคร จนกว่าจะแน่ใจว่ารักเค้าจริงๆ (ไม่รู้สิ เราว่า เด๋วนี้ คำพูดนี้มันพูดกันง่ายเนอะ)
อย่าใช้อารมตัดสินใจเรื่องความรักมากเกินไป หัดใช้สมองบ้าง ทำทุกอย่างให้สมดุล
เพื่อนที่ดีที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่เป็นอยู่ตอนนี้ เปิดใจของตัวเอง คุยกับคนอื่นให้มาก ฟังคนอื่นให้มาก ทำความเข้าใจกับคนอื่นให้มาก ทุกๆคนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราได้
อย่ายึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง อย่าเอาคนอื่นเป็นที่ตั้ง มนุษย์ก้อเป็นมนุษย์ เกิดและตาย เปลี่ยนแปลงไปตามการเวลา
ยิ่งใครรักเรามากเท่าไหร่ เรามักจะยิ่งทำให้เค้าเจ็บโดยไม่รู้ตัว
ถ้าเราไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่ได้ยึดเอาไรเอาไว้ จะทำอะไรต่อไปได้เล่า (ขอบคุณGod ที่เป็นเป้าหมายของเรา และเราหวังว่าพวกแกก้อจะมีเป้าหมายของพวกแกเหมือนกัน)
อย่าบอกว่าโลกนี้ เกิดขึ้นเอง พวกแกจะรู้ได้งัยวะ ตัวเรามันเล็กนึดเดียวเองเมื่อเทียบกับจักรวาลที่กว้างใหญ่
อย่าเอาเรื่องศาสนาขึ้มมาเถียงกับเราให้เป็นอารม ถ้าพวกแกไม่คิดจะพูดกับเราให้มันรู้เรื่องและจบจิงๆ อย่าจบเรื่องที่วิพากฯศาสนากับเราโดยใช้คำพูดว่า เราว่าทุกศาสนามันก้อเหมือนๆกันเพียงแต่สอนคนละวิธี หรือพูดว่าใครคิดอย่างไร นับถืออะไรก้อเป็นเรื่องของแต่ละคน พวกแกรู้มั้ยว่ามันไม่เหมือนกัน ไม่มีทางเหมือน เรารู้จักศาสนาแก ดีกว่าที่พวกแกรู้จักศาสนาเรา ฉะนั้น เถียงได้ แต่ห้ามตัดบทด้วยคำทั้งหมดทั้งปวงนี้ (เสียรม..) ส่วนเรื่องที่มันเป็นเรื่องของแต่ละคน ใช่!!!มันเป็น แต่แกเข้าใจความรู้สึกของเรามั้ย ที่สุดท้าย... เหมือนว่าเรารู้ว่าเพื่อนจะเดินไปตกเหว พอเราพูดแล้วมันก้อไม่ฟัง เตือนแล้วก้อไม่เชื่อหนะ
อย่าบอกว่าเรื่องในพระคำภีร์ไม่จิง หรือว่าโกหก แกเคยอ่านหรอ แกรู้ได้งัยว่ามันไม่จิง อ่านให้จบทั้งเล่ม แล้วมาบอกเราสิ ว่าตรงไหนมันโกหก
 
ช่วงที่เราอ่อนแอที่สุด คือเวลาที่เราเข้มแข็งที่สุด (พวกแกคงไม่เข้าใจ)
 
เอาหละ...เขียนไปเขียนมาเข้าเรื่องศาสนาซะ งงงงงงงอะดิ เหอๆ
 
สุดท้าย
ความคิดของเรามันก้อแค่นี้เอง ในโลกนี้หนะ มีอะไรอีกมากที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ
(ก้อพระเจ้าของเรายิ่งใหญ่นี่นา..+555)