Profilo di LEARN_tobelonel...LEARN_tobe_LONELYFotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


29 luglio

เธอคนนั้น(3)

เธอหันไปมองเค้าเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว ผมก้อไม่สามารถบอกได้ เพียงแต่ว่าสิ่งที่เห็น มันทำให้หน้าอกด้านซ้ายของผมเจ็บขึ้นมาอย่างประหลาด.....
 
ปกติผมจะไม่ค่อยได้คุยเรื่องทั่วๆไปกับเธอเท่าไหร่นักหรอก เจอหน้ากันทีไรก้อคุยแต่เรื่องงานเท่านั้น แต่เมื่อ2วันก่อนนี่เอง ผมเห็นเธอฟุบตัวลงไปนอนที่โต๊ะ จึงเข้าไปดู ผมนึกว่าเธอป่วย หน้าเธออ่อนแรงเหลือเกิน แต่เธอยังคงคุยกับผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ผมเห็นคราบน้ำตาตรงหางตาของเธอ ..เมื่อผมถามตรงๆ ปากของเธอตอบผม "ไม่เป็นไรหนิ ไม่เป็นอะไร" แต่น้ำตาเอ่อขึ้นมา...ทั้งๆ ที่เธอกำลังยิ้มให้ผม  น้ำตาค่อยๆไหลออกมาจากตาของเธอ ...เธอรีบเบื่อนหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้ผมเห็น แล้วว่า "ไม่เป็นไรหรอก เด๋วก้อหาย" พร้อมทั้งกำชับไม่ให้ผมบอกคนอื่นๆ
 
 
 
 
 
27 luglio

nina simone

To everything, turn, turn, turn
There is a season, turn, turn, turn
And a time for every purpose under heaven

A time to be born, a time to die
A time to plant, a time to reap
A time to kill, a time to heal
A time to laugh, a time to weep

A time to build up, a time to break down
A time to dance, a time to mourn
A time to cast away stones
A time to gather stones together

A time of love, a time of hate
A time of war, a time of peace
A time you may embrace
A time to refrain from embracing

A time to gain, a time to lose
A time to rend, a time to sew
A time of love, a time of hate
A time of peace, I swear it's not too late

เพิ่งเริ่มฟังแจสอย่างจิงจังเมื่อไม่นานมานี้เอง จริงๆไม่ใช่คนที่ฟังเพลงรู้เรื่องอะไรมากมาย แถมตังค์ก้อไม่มีจะซื้อมาฟังอะนะ สถานีเพลงก้ออย่างที่รู้ๆกันอยู่(หรือเราคงหาไม่เจอเอง)
เราได้ฟังก้อเพราะโหลดบิตเอาเนี้ยแหละ
ครั้งแรกเราก้อพิมพ์เลยjazz แล้วก้อสุ่มๆเอา เห็นว่าของnani simone มีคนปล่อยและโหลดเยอะดี ก้อเลย เอาวะ ลอง... ขอยอมรับว่า ครั้งแรกที่ฟัง เช็ด...เราไม่เข้าใจแจสเจงๆ ด้วย ไม่เห็นเหมือนที่คิดไว้เลย...ลาวมั้ยหละ พอดีที่เราได้มาอัลบัมแรก เป็นคอนเซิต ตอนนั้นเพลงที่ฟังก้อไม่ได้ชอบมากมาย รู้สึกแปลกๆด้วยซ้ำ แต่รู้อย่างเดียวว่าคนนี้ น่ารักดี เค้ามีลูกเล่นตลกๆของเค้าแล้วก้อเป็นคนง่ายๆ เราเลยโหลดเพิ่ม+555ด้วยความอยากฟังแจสหัวสูงแบบคนอื่นบ้างผนวกกับ หมิงบอกว่าไอ้คนนี้ดัง แล้วก้อดูbefore sunsetละมั้ง มีพูดถึง
เมื่อเราเริ่มได้เพลงของเค้ามา มันก้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 4-5อัลบัม เราชอบนะ ชอบมากเลย แต่ก้อยังมีเพลงที่เกลียดมากๆอยู่ด้วย ฟังไม่ได้ ต้องรีบปิด เกลียดมากๆ
ส่วนเพลงที่ชอบมากๆก้อมี ชอบนี่แบบ ชอบมากๆเลยงะ
อยากให้ลองฟังกันดูนะ มาขอก้อได้ อย่าไปซื้อ+555 ตามสเต็บความเลว (เคยไปหาซื้อด้วย ราคา999...เลยต้องถอนตัว)
เพลงข้างบน เป็นเพลงที่เราใช้ทำงานโฟโต้ส่ง เพลงดีมากเลย รู้สึกเอามาจากพระคัมภีร์ด้วยนะ +555(ไม่ต้องแซว รู้แล้ว)
มีอีกหลายเพลงที่เราชอบแต่เคยส่งให้เพื่อนๆแล้ว ไม่ค่อยมีคนชอบกัน เจงๆแอบเศร้านิดนึงแต่ก้อแค่นั้นแหละ
เราชอบสิ่งที่เค้าสื่อออกมาในเพลงมาก ความหวัง ชีวิต คุณค่า ความจริงที่เกิดขึ้น ได้อะไรหลายๆอย่าง ไปหามาฟังกันนะคะ เย้ๆ
24 luglio

เธอคนนั้น(2)

แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง ส่องเห็นพื้นที่มีเครื่องเขียนกระจายเกลื่อย กระดาษ กาว คัดเตอร์ กรรไกร ไม้บรรทัด

หนุ่งน้อยร่างโปร่งนั่งพิงกำแพง  สายตาจับจ้องไปที่คัตเตอในมือพร้อมทั้งค่อยๆ จรดปลายของมันลงไปบนกระดาษ วันนี้ คงเหมือนกับวันส่งงานวันอื่นๆที่ผ่านมา ถ้าเพียงแต่จะมีหญิงสาวนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่าง กำลังง่วนอยู่กับการติดกระดาษ ...ดูเหมือนเธอจะมีปัญหากับมัน

ชายหนุ่มวางมือจากงานตรงหน้า มองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มขำ "มา ผมเอง"  หญิงสาวหันมองดวงตามีแววขอบคุณ แต่ไม่วายเอ่ยปาก "แค่นี่เอง แต่ก้อขอบใจนะ" สาวน้อยร่างบางลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบท เธอคงนั่งท่านั่นมานานเลยทีเดียว "จะเอาอะไรกินซักหน่อยก่อนไปส่งงานมั้ย จะลงไปซื้อน้ำ" เธอถามชายหนุ่มด้วยความเป้นห่วง "ไม่ดีกว่า เด๋วแปะชิ้นนี้ และตัดชื้นนั้นเสร็จ ก้อคงจะไม่มีอะไรแล้ว จริงๆแล้วจะกลับไปนอนก่อนก้อได้นะ" หญิงสาวทำหน้าคิดหนัก มองชายหนุ่มเหมือนกับจะอ่านใจ "เอางั้นหรอ ...ตามใจละกันนะ"จากนั้น เธอก้อเริ่มลงมือเก็บของ

 

แสงแดดยามเย็นส่องเข้ามาในห้องที่ว่างเปล่า เหลือเพียงแค่เครื่องเขียนประจายตามพื้น ชายหนุ่มในชุดนักศึกษา เดินผ่านประตูห้อง ล้มตัวลงบนที่นอน สูดลมหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน มีกลิ่นน้ำหอมจางๆลอยอยู่ในอากาศ นี่คงเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นกระมังที่เธอเหลือไว้ให้หลังจากค่ำคืนที่เหนื่อยล้าได้ผ่านไป ใจจริงเค้าไม่อยากให้เธอมาช่วยงานเท่าไหร่หรอก ไม่อยากให้เธอมาเห็นสภาพที่น่าอนาถของเด็กสถาปัตย์ แถมฝีมือก้อสู้เอาน้องรหัสมาก้อไม่ได้ แต่ก้ออย่างว่าหละ ในเมื่อเค้าอยากจะให้เธอมาเห็นงานของเค้า ให้เธอเข้าใจว่าพวกเค้าเรียนกันอย่างไร ได้อย่างก้อต้องเสียอย่าง ยังดีหน่อยที่งานวันนี้ ตั้งใจจะทำเสร็จด้วยตัวคนเดียวอยู่แล้ว พอมีลูกมือที่แม้จะสร้างปัญหาบ้างแต่เป็นกำลังใจที่ดีมาช่วย ก้อเบาแรงไปพอสมควร

 ....เธอก้อยังคงเป็นเธอ แค่เอ่ยปากขอเท่านั้น ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง เธอจะรับปากทันที ครั้งนี้ก้อเช่นกัน เพียงแต่ว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือคนที่ขอไม่ได้อยากให้เธอมาช่วยงาน แค่อยากได้เพื่อนมาอยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจตอนทำงานต่างหาก (แม่ง..เลวจริงๆ) และเธอก้อช่วยอะไรไม่ได้มากเหมือนกับที่เค้าคิดเอาไว้เลยนั่นแหละ แต่ก้ออย่างที่เคย ถึงเธอจะทำอะไรได้แค่เล็กๆน้อยๆ เธอก้อตื่นอยู่เป็นเพื่อนเค้าจนถึงเช้าดีที่เธอไม่มีเรียนไม่งั้นเค้าคงไม่กล้าขอให้เธอมาช่วย เพราะถึงจะสนิทกันขนาดไหน เธอก้อยังคงเป็น "รุ่นพี่" และเค้าก้อเป็นเพียง "รุ่นน้อง" เท่านั้น

19 luglio

เธอคนนั้น

      เสียงเพลงแผ่วเบา ลมเย็นพัดผมของหญิงสาวปลิ้วไสว แต่เธอดูจะสนใจกับงานที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า หญิงสาวร่างบางในชุดนักศึกษาที่นั่งอยู่ตรงข้ามผม เธอคงไม่รู้เลยว่า ผมมองเธออยู่ สำหรับเธอ ผมคงเป็นได้แค่ รุ่นน้อง
      ผมเคยเชื่อในรักแรกพบ เชื่อมาตลอด จนได้เจอกับเธอ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยอะไร ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องบอกว่าหน้าตาออกจะกวนประสาทเสียด้วยซ้ำ และส่วนตัวแล้วผมก้อไม่ได้ชอบผู้หญิงขี้โวยวาย เลยเรียกได้ว่า ผมเกือบจะเหม็นขี้หน้าเธอ แต่หลังจากที่ได้รู้จัก ได้ทำงานด้วยกัน ผมได้รู้ เธอเป็นคนเปิดเผย ร่าเริง จริงใจ ขยันขันแข็ง และเธอก้อยังขี้โวยวายเหมือนหน้าตานั่นเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก้อเถอะ ไม่รู้ทำไม เวลาที่เธอยิ้ม เธอพูด จะดูน่ารักมากขึ้น ทุกๆครั้ง
    ตอนนั้น ผมเข้าใจเอาเองว่า จะมีผู้หญิงน่ารักสองแบบ คือ น่ารักตั้งแต่มองครั้งแรก กับ ยิ่งมองยิ่งน่ารัก แต่ผมกลับไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ทุกครั้งที่เดิน หรือทำงานเป็นกลุ่มใหญ่ มันก้อเหมือนจะมีเส้นอะไรบางๆ เชื่อมเราเข้าหากัน เธอจะหันมาขอความช่วยเหลือจากผมเป็นคนแรกเสมอ ส่วนผมเองผมก้อมักเผลอมองตอนเธอทำงาน พอใครๆเห็นอย่างนั้น เลยเรียกเราว่าเป็นแม่ลูกกัน ผมเกลียดคำนี้มาก แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ เพื่อไม่ให้ถูกสงสัย ผมมีลูกร่วมอุดมการณ์ที่ผมลากมาร่วมด้วยกันอีกหลายคน  ผมบอกแล้ว ผมไม่ชอบคำนี้ ผมต้องการเลื่อนตำแหน่ง แม้ว่าตอนนี้ผมทำได้เพียงแค่เป็นลูกสุดที่รักเท่านั้นเอง
14 luglio

COLORs OF THE WIND

Vocal: Pocahontas (Judy Kuhn) Music: Alan Menken Lyrics: Stephen Schwartz From Disney's Motion Picture "Pocahontas"

 

You think I'm an ignorant savage
And you've been so many places
I guess it must be so
But still I cannot see
If the savage one is me
How can there be so much that you don't know?
You don't know ...

You think you own whatever land you land on
The Earth is just a dead thing you can claim
But I know every rock and tree and creature
Has a life, has a spirit, has a name

You think the only people who are people
Are the people who look and think like you
But if you walk the footsteps of a stranger
You'll learn things you never knew you never knew

Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon
Or asked the grinning bobcat why he grinned?
Can you sing with all the voices of the mountains?
Can you paint with all the colors of the wind?
Can you paint with all the colors of the wind?

Come run the hidden pine trails of the forest
Come taste the sunsweet berries of the Earth
Come roll in all the riches all around you
And for once, never wonder what they're worth

The rainstorm and the river are my brothers
The heron and the otter are my friends
And we are all connected to each other
In a circle, in a hoop that never ends

How high will the sycamore grow?
If you cut it down, then you'll never know
And you'll never hear the wolf cry to the blue corn moon

For whether we are white or copper skinned
We need to sing with all the voices of the mountains
We need to paint with all the colors of the wind

You can own the Earth and still
All you'll own is Earth until
You can paint with all the colors of the wind.
05 luglio

ขายน้องสาว

ไหนๆ ก้อไหนๆละ
เราขายน้องเลยละกัน +555 จริงมันก้อคล้ายๆเราอะหละ มีหลายอย่างเหมือนเรา ทำทุกอย่างที่เราทำได้  แต่
 
1. ผอมกว่า
2. ฉลาดกว่า
3. ขยันกว่า
4. คุยสนุกกว่า
5. เรียนเก่งกว่า
6. หน้าด้านกว่า...อืม...บ้ากว่า
7. ดูคนเป็นมากกว่า ( ไม่ใช่ดูเป็นคนนะยะ)
8. ละเอียดอ่อนกว่า
9. ตลกกว่า
10. เอาใจใส่คนอื่นมากกว่า
11. มีพาล์วมากกว่า
12. เข้าผู้ใหญ่เก่งกว่า
13. รู้จักกาละเทศะมากกว่า
14. มีเพื่อนติดมันมากกว่า
15.เอาตัวรอดเก่งกว่า
16. ดุกว่า +555
17. พูดรู้เรื่องกว่า รู้จักพูดมากกว่า
18. เสียงเพราะกว่า
19. เป็นผู้ใหญ่กว่า
 
พอเหอะ เอ้า ใครสนใจติดต่อเข้ามาได้เลยนะคะ +5555
 

untitled

ทุกครั้งที่อยากจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง
เราต้องหยุดปากตัวเองเอาไว้
 
นึกได้ว่า เราไม่ได้คุยด้วย นานแล้ว
นึกได้ว่า หลายๆอย่างเปลี่ยนไป เราเปลี่ยนไป เธอเปลี่ยนไป เวลาเปลี่ยนไป
นึกได้ว่า ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
นึกได้ว่า เธอมีคนอื่น ที่เธอจะแบ่งปันเรื่องราวของเธอแล้ว
นึกได้ว่า เธอไม่มีเวลา
นึกได้ว่า สิ่งที่จะเล่าให้เธอฟังทั้งหมดเป็นเรื่องไร้สาระ
นึกได้ว่า เราไม่สามารถ เข้าใจ ด้วยการมองตาอีกแล้ว
นึกได้ว่า เราไม่ได้เดินไปพร้อมกันอีกต่อไป
นึกได้ว่า เรามองไม่เหมือนกันในหลายๆเรื่อง
นึกได้ว่า ทั้งหมดนี้ไม่เคยเป็นปัญหากับการคุยของเรา
นึกได้ว่า เราคงผิดเอง เราเปลี่ยนไป
03 luglio

เหตุการณ์วัน Bee Bowl

อ.แพท เพิ่งเดินกลับจากการล้างท่อด้วยลูกโบลิ้ง เป็นครั้งที่3
อ.แพท : สุทธิดามาเล่นด้วยกันสิ
กรู... : หนูเล่นไม่เป็นอะคะ อ.
อ.แพท : หนูก้อเล่นไม่เป็นเหมือนกันคะ
กรูคิด : หนู้ก้อพอจะเห็นหละคะ
 
อ.อ้วน เดินนวดขาตัวเอง เข้ามาหาหมิง
อ.อ้วน : เล่นด้วยกันซิ
หมิง : ไม่หละคะ (เจงๆ มันเกรงใจ มันอยากเล่นจะตาย)
อ.อ้วน : เล่นเหอะ ผมปวดขาแล้ว
กรูคิด : งั้นงดสอนวันจันทร์นี้นะคะ +555
01 luglio

"Why Go To Church?"

There was a person who had asked "Why Go To Church?"
 
A Church goer wrote a letter to the editor of a newspaper and complained that it made no sense to go to church every Sunday.
 
"I've gone for 30 years now," he wrote, "and in that time I have heard something like 3,000 sermons. But for the life of me, I can't remember a single one of them. So, I think I'm wasting my time and the pastors are wasting theirs by giving sermons at all."

This started a real controversy in the "Letters to the Editor" column, much to the delight of the editor. It went on for weeks until someone wrote this clincher:
 
 "I've been married for 30 years now. In that time my wife has cooked some 32,000 meals. But, for the life of me, I cannot recall the entire menu for a single one of those meals. But I do know this...They all nourished me and gave me the strength I needed to do my work. If my wife had not given me these meals, I would be physically dead today.
 
Likewise, if I had not gone to church for nourishment, I would be spiritually dead today!" When you are DOWN to nothing.... God is UP to something! Faith sees the invisible, believes the incredible and receives the impossible! Thank God for our physical AND our spiritual nourishment! All right, now that you're done reading, send it on! I think everyone should read this! "When Satan is knocking at your door, simply say, "Jesus, could you get that for me?"--------------------------------------

Thank you, Jesus.  Hope all of you enjoy the holiday and carry forward the holy spirit in each days.  Love in Christ.