Profilo di LEARN_tobelonel...LEARN_tobe_LONELYFotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


29 gennaio

ความหน้าเชื่อถือ....

เบื่อตัวเองจัง....ถ้าวัดตามระดับความหน้าเชื่อถือ...เราคงจะได้ศูนย์กระมัง
เป็นแบบนี่มาหลายทีแล้ว ทั้งคอตโต้และไนกี้....ไม่มีกลุ่มTOT...แล้วก้อต้องจับกะคนที่มาสายแล้วเค้าเลือกไมได้ เลยต้องคู่กะเรา....น่าเศร้าจริง(เศร้าสำหรับเค้าอะนะ)
ดีจังที่คราวนี้เป็นน้อยหน่า...ลำบากหน่อยนะ(แหะๆ...ฝากตัวด้วยค่า) แต่เราจะตั้งใจทำงาน....เอาวะ
20 gennaio

ถ้า....

อยู่ๆก้อคิดขึ้นมาว่า...ถ้ากีฟท์ไม่มีวันพุ่งนี้ คงมีอะไรที่อยากบอกอยากพูด มากมาย....
 
.....ตอนแรกคิดถึงถ้ามีเวลาเป็นเดือนคงไปเที่ยวเล่นไม่ยอมเรียนแล้วหละ+555 ใช้เวลากับเพื่อน โทรไปหาเพื่อนหลายๆคนที่ไม่ได้คุยกันนานแล้ว ไปเจอคนที่อยากเจอ เอาตังค์ไปซื่อของใหญ่ๆให้พ่อกะแม่คนละชิ้น(แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรนะ)
 
.....แต้ถ้ามีเวลาอีกแค่วันเดียว....คงต้องเลือกที่จะพูดสื่งที่สำคัญที่สุด...ที่ไม่เคยพูดหรือเล่าให้เพื่อนๆฟังอย่างจริงจัง
 
...สำหรับกีฟท์เรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ  แต่กีฟท์ก้อไม่เคยใช้เวลาพูดเรื่องนี้กับใครจริงๆ ...อาจเป็นเพราะสุดท้าย มันเป็นเรื่องที่จบไม่ลง(สำหรับคนอื่น)...ก้อได้มั้ง
...บางคนอาจจะเป็นเป็นเรื่องตลก...คงหาว่ากีฟท์บ้าไปแล้ว...แต่สำหรับกีฟท์มันสำคัญจริงๆ
 
....ถ้ารู้ว่าทางที่เพื่อนกำลังเดินไปในที่ๆอันตราย ...จะห้ามมั้ย
...ถ้ารู้ว่ามีอะไรบางอย่างไม่ดีจะเกิดขึ้น ...จะเตือนมั้ย
คำตอบของทุกๆคนคงเหมือนกัน ...แล้วถ้าสิ่งที่เราเตือน เพื่อนกลับมองไม่เห็น หัวเราะเยาะ หรือต่อว่าเรา ...เราจะยังเตือนมั้ย ...ต้องเตือนสินะ
 ...แต่นั้นเป็นสิ่งที่กีฟท์ไม่ได้พยายามทำ หรือขวนขวายที่จะทำเลย...ตลอดมา นั่นเป็นความรู้สึกผิด ที่กีฟท์รู้สึกอยู่บ่อยๆ
 
ฉะนั้น ขอให้อ่านจนจบได้มั้ย เพื่อชดเชยให้กับเวลาที่สูญเสียไปทั้งหมด ...ตั้งแต่เราได้รู้จักกันมา
 
คนเราถ้าตายแล้วไปไหน หลายคนอาจจะตอบว่าไม่รู้...แล้วแต่บุณกรรมกระมัง
...ถ้ามีรถที่เขียนว่า ไปไหนไม่รู้ เราจะยอมขึ้น? .. ถ้าเลือกได้..ก้อต้องขึ้นคันที่เห็นจุดหมายชัดเจน แล้วเป็นคำที่เขียนว่าสวรรค์ด้วย
 
ถ้าเอาชีวิตของเรา ใส่วีดีโอ ....เอาให้คนอื่นดู ...เราแน่ใจมั้ย ว่าเราจะยืนอยู่ข้างจออย่างพึ่งผาย ...นี่คือชีวิตของชั้น
สื่งที่เราคิด...ถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ความคิดที่แย่ๆ ที่ถึงแม้เราจะไม่ได้ทำ ...แต่เราก้อ"คิด"
 
เรื่องบุญกรรม...มันลบล้างกันได้จริงๆหรอ
..ถ้ามีน้ำแก้วนึง มีขี้หมาตกลงไป...เล็กมากๆ ถึงเราจะเทน้ำใหม่ที่สะอาดลงไป เทจนน้ำล้น ล้นแล้วล้นอีก ...ถ้าเลือกได้ ....เราจะกินน้ำนั้นมั้ย...
 ....แล้วบาป-บุญของเราหละ เราทำบุญมากเท่าไหน...เทียบกับการทำบาปของเรา ขนาดน้ำแก้วนั้น ที่มีการทำบุญมากมาย ...เรายังไม่กล้ากิน
 
สิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยนทั้งแก้วทิ้ง แล้วเอาแก้วใหม่มารินน้ำสะอาดลงไป..
ชีวิตของเราก้อเหมือนกัน เราต้องเปลี่ยนแก้วใหม่ แต่เราทำด้วยตัวเองไม่ได้...
 
ถ้าเราฆ่าคน เราต้องถูกประหารชีวิต...นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ทุกคนเข้าใจกันดี
...แต่ถ้าเราจะรอดได้ ต้องมีคนยอม...ยอมที่จะขายหน้า โดนตราหน้าว่าเป็นฆาตกร ...โดนดูถูกเหยียดหยาม ...ยอม...ยอมตายแทนเรา
 
จำpassion of chirstได้มั้ย ...หนัง...มันเศร้าเนอะ คนที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย กลับถูกลงโทษ ...นั้นแหละ ที่พระเยซูยอมตายแทนเรา
 
พระเจ้ารักแกนะ ...รักจนยอมตายแทน ลองคิดถึงใครซักคนที่แกจะยอมตายแทนได้สิ แกรักเค้าขนาดไหนหละ ...คงรักมาก..ซินะ
 
...เรา...เคยคุยกับพ่อ ...ถ้ากีฟท์ตาย เอาแบบพระเยซูเลยนะ ถูกตรึง ทรมานสุดๆ ยิ่งกว่าพระเยซูก้อได้ ...แล้วคนทั้งโลก รอดได้ ...เอาแบบกีฟท์ต้องตกนรกด้วยเอ้า.... กีฟท์ก้อยอมหละ
 
...กีฟท์จะทำอย่างงั้นได้ยังงัย ...เพราะกีฟท์ก้อเป็นฆาตกรคนนึง ที่ต้องรับโทษของตัวเอง ...............นั่นสินะ...
 
คนที่ไม่เคยทำผิดอะไรเลยเพียงคนเดียว ...พระเจ้าที่ให้ชีวิตกับเรา ...ให้ถึง2ครั้ง
... ครั้งแรกที่เราเกิดมามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ และอีกครั้งเมื่อเรายอมละทิ้งน้ำแก้วเก่าละยื่นมือออกไปรับน้ำแก้วใหม่มาแทน...
 
ให้เราคิดถึงตัวเองจริงๆ เรากล้ามั้ย ที่จะตายไปเลยตอนนี้ เราแน่ใจมั้ยว่า....หลังความตาย เราจะได้ไปที่ไหน...
 
...กีฟท์มั่นใจ ที่ไม้กางเขนนั้น พระเยซู..พระเจ้าของของกีฟท์ ได้ตายแทนกีฟท์แล้ว ...ที่นั้น ความเจ็บปวดทรมานที่กีฟท์ควรจะต้องรับหลังจากความตาย ได้ถูกยกออกไป ...หลังความตาย สำหรับกีฟท์ เป็นเรื่องที่น่ายินดี ....ความเสียใจที่เกิดขึ้นบนโลกนี้...จะเป็นการจากลาเพียงชั่วคราวเท่านั้น
 
...กีฟท์อยากไปเจอกับทุกคนบนนั้นอีกครั้งนึง...
 
...ขอร้องหละ...คิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง... เพราะเรารักพวกแกทุกคน
 
15 gennaio

ขยันกับอดทน

เราเป็นอย่างนี้เสมอ...ถ้าให้เลือกระหว่าง ขยันกับอดทน เราจะเลือกทำอย่างหลัง ถ้ามันทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เท่าๆกัน
และถึงแม้บางที อาจจะแย่กว่าเยอะ แต่เราก้อยังจะเลือก....อดทน
 
คงเป้นเพราะ..ความขี้เกียจที่ฝังลึก จนคนรอบข้าง กว่าจะเข็น ดึง ดัน ผลัก ถีบ....ก้อยังไม่ค่อยจะเป็นผลนัก
ยิ่งเราเป็นคนทำงานช้าด้วยแล้ว...กว่างานจะเสร็จ เราก้อไม่มีแรงเหลือจะไปขยัน...ได้อีก
 
เรากลายเป็นคนอย่างนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย.....เพื่อนๆคงหัวเราะ แกเป็นอย่างงี้มาตั้งนานแล้วเว้ย.....อาจจะจริง
นึกถึงตอนเด็กๆ พ่อจะรู้เลย ว่าเราอึดกว่าน้องมาก....งึมงำๆ
เราเป็นพวกเรียบร้อยไม่บ่น ถ้าอ.สั่งอะไรก้อทำเลย ไม่เหมือนน้องเรา ได้ผลลัพธ์เท่ากัน แต่มันทำเร็วกว่าแยะ เพราะวางแผนมาอย่างดี
 
รู้สึกตอนเด็กๆนี่เป็นเด็กที่อาจารย์คงจะชอบมิใช่น้อย555+ แต่ก้อนะ พอโตขึ้น อะไรก้อเปลี่ยนไป มันใช้ความอึดได้ซะที่ไหน มันต้องฉลาดและมองให้รอบเว้ย...
เฮ้ย!!!!...... ยังงัยก้อต้องสู้ต่อไป เหนื่อยแล้วอะ เบื่อด้วย ช่วงนี้ทำงานไม่สนุกเลย แต่ไอ้ที่ไม่ใช่งานอะ อยากทำจัง....
ดังนั้น ต้องรีบทำก่อนที่มันจะกลายเป็น"งานที่ต้องทำ".....ดังนั้น เด็กอึดอย่างเรา คงต้องเริ่มขยันกับเค้าแล้วซินะ....สู้ตายยยยย
07 gennaio

สิ่งที่ทำหล่นหาย...

วันนี้จู่ๆก้อนึกถึงเพื่อนสมัยเด็กขึ้นมา...ช่วงอนุบาลถึงประถมต้น
 
....เพื่อนที่รร.อนุบาล ...ชีวิตในตอนนั้นไม่ค่อยเหลืออยู่ในความทรงจำเท่าไหร่เลย...จริงๆ
แล้วเรื่องที่เหลืออยู่ก้อไม่ใช่เรื่องที่ดีซักเท่าไหร่ ตอนนี้นึกออกสามเรื่อง ดีเรื่องเดียว
....เพื่อนตอนเด็กๆที่นึกออกพอที่จะเราได้ว่าเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ แล้วยังคุยๆ เจอๆกันอยู่ก้อคงจะมีแค่เพื่อนที่โบสถ์...จั๊ก...ละมั้ง
....กลับมานึกๆดู ตอนเป็นเด็ก เราไม่มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เป็นผู้หญิงซักเท่าไหร่เลยนะ มีแต่เพื่อนผู้ชาย...(เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันของเรานี่คือ+-1ปีจากอายุเราอะนะ) นึกออกแต่เพื่อนเล่นที่เป็นผู้ชายแฮะ....แถมเราก้อไม่ได้ติดต่อกับคนไหนอีกเลย
....ตอนประถม พอเข้ารร.ที่กรุงเทพ เป็นรร.หญิงล้วน เราก้อไม่มีเพื่อนผู้ชายอีก
....จะรู้จักเพื่อนผู้ชายอีกทีก้อคงเป็นตอนมัธยม ไปค่าย แต่ก้อผิวเผินมากๆ ไม่ค่อยมีที่คุยแล้วรู้สึกสนิทใจ...คงเพราะเวลาในค่ายมันไม่ยืนยาว จะมีที่สนิทก้อไม่เยอะ...นะ...เบค555
 
แปลกใจตัวเอง...ที่อยู่ๆก้อคิดถึงเพื่อนเหล่านั้นขึ้นมา ถ้าเราเดินสวนกับเค้ากลางถนน เราคงไม่สามารถจำซึ่งกันและกันได้ น่าเสียดายความสัมพันธ์ที่ผ่านเข้ามา แล้วเราไม่ได้ใส่ใจเก็บรักษาไว้ให้ดี ....ถึงอย่างไร ก้อยังรู้สึกขอบคุณคนเหล่านั้นที่ทำให้เราได้เป็นเราในตอนนี้ ...คงมีนิสัยที่ถูกสร้างจากพวกเค้าไม่มากก้อน้อย
 
ความสัมพันกับเพื่อนในปัจจุบัน...คงไม่สัญญาว่าจะรักษาได้ตลอดไป...แต่เราจะพยายาม อย่างดีที่สุด เท่าที่คนอย่างเราจะทำได้
 
...เราไม่อยากให้ความสัมพันในตอนนี้ กลายเป็นสิ่งที่เราหันกลับมา แล้วก้อได้แต่คิดถึง...เหมือนตอนเป็นเด็กอีก
05 gennaio

Bloc_space

ชอบอ่านมาก ชอบอ่านมากๆถึงมากที่สุด (โดยเฉพาะของคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน)
 
สำหรับเรา มันเป็นที่ๆคนแสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้ดีนะ
...คิด กลั่นกรอง คัดเลือก ร้อยเรียง จนออกมาเป็นสารที่จะส่งต่อไป
...ความกลัดกลุ้ม ความกังวล ชีวิตประจำวัน ออกมาโลดเต้นผ่านปลายนิ้วในช่วงเวลาสั้นๆ....
 
ได้เรียนรู้จากชีวิตจริง ได้รับรู้เรื่องราวผ่านสายตาของคนๆนึง แถมยังได้ส่งมุมมองของตัวเองลงไปบ้างเป็นบางคราว...ชอบ ชอบมาก ชอบที่สุด